Poramet Kongsawad

  1. อันตรายจากยารักษาไมเกรน หากไม่ใส่ใจ อาจถึงชีวิต

    อันตราย ยารักษาไมเกรน

    อาการปวดหัวไมเกรนนั้นรุนแรงจนยาแก้ปวดธรรมดาไม่สามารถจัดการได้หมด ต้องใช้ยารักษาไมเกรนโดยเฉพาะ แต่บางคนมีอาการบ่อยก็กินบ่อย บางคนถึงขั้นกินดักไว้แทบทุกวันเพราะคิดว่ายาไม่อันตราย บอกเลยว่าคิดผิด! เพราะสารบางชนิดที่อยู่ในยารักษาไมเกรนนั้น หากได้รับมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ถึงขั้นจำเป็นต้องตัดอวัยวะบางส่วน หรืออาจร้ายแรงถึงชีวิตเลยทีเดียว! 

     

    Ergotism ภาวะอันตราย ถึงขั้นตัดแขน ตัดขา!

    ภาวะอันตรายอย่างหนึ่งที่มากับการใช้ยารักษาไมเกรนก็คือ “Ergotism” เป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงส่วนปลายเกิดการหดตัว ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณแขนขาส่วนปลายได้ ผู้ป่วยจะรู้สึกชาบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา อาการอาจรุนแรงขึ้นจนทำให้เนื้อตายเน่า อาจทำให้ต้องตัดอวัยวะได้

    ภาวะดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการได้รับสารในกลุ่ม Ergot Alkaloids มากเกินไป โดยสารในกลุ่มนี้มีหลายชนิด เช่น Ergotamine, Methysergide ซึ่ง Ergot

    Read more »
  2. อาหาร 8 ชนิด ลดอาการปวดหัว พิชิตไมเกรน

    อาหารลดไมเกรน

    ไมเกรน เป็นโรคยอดฮิตของคนวัยทำงานที่สร้างความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายแถมยังสร้างความรำคาญรบกวนจิตใจอีกต่างหาก เพราะไมเกรนเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และมักเกิดอาการปวดหัวอย่างฉับพลันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำได้เพียงกินยาเมื่ออาการกำเริบเท่านั้น

    แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาไมเกรนให้หายขาดได้ แต่เราสามารถลดความรุนแรงและหลีกเลี่ยงอาการปวดหัวไมเกรนได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการรับมือไมเกรน ส่วนจะมีอาหารชนิดไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย  

     

    แซลมอน

    เนื้อปลาแซลมอนเป็นหนึ่งในเนื้อสัตว์ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก มีทั้งโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็ง ลดการอักเสบ บำรุงหลอดเลือดแดง และสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย ที่สำคัญ เนื้อปลาแซลมอนยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 2 (ไลโบฟลาวิน) ซึ่งเป็นสารอาหารที่สามารถช่วยรับมือกับอาการปวดหัวไมเกรนได้เป็นอย่างดี 

    Read more »
  3. 7 อาการป่วยจากการนั่งรถนาน

    travel sickness

    ภาพรถติดบนท้องถนนยาวเป็นกิโลตอนคนเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลเป็นสิ่งที่เราเห็นกันอยู่ทุกปี ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์ ปีใหม่ หรือวันหยุดยาวอื่น ๆ ก็ตาม ซึ่งการที่ต้องนั่งในรถเป็นเวลานานนั้น นอกจากจะทำให้เสียเวลาและเสียอารมณ์แล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย ไปดูกันดีกว่าว่า การที่ต้องนั่งในรถเป็นเวลานานนั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราอย่างไรบ้าง จะได้เตรียมรับมือกันได้ทัน 

     

    ปวดเมื่อยตามร่างกาย

    เมื่อต้องนั่งรถนาน ๆ อาการปวดเมื่อยมักมาถามหาก่อนเป็นอันดับแรก แค่ต้องนั่งรถไปทำงานตอนเช้าหรือรถติดตอนเย็นหลังเลิกงานก็ทำให้ปวดเมื่อยได้แล้ว การที่ต้องนั่งท่าเดิมหลายชั่วโมงโดยแทบไม่ได้ขยับไปไหนเลย จึงทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ง่าย ๆ 

    โดยเราสามารถจัดการกับความเมื่อยล้าจากการนั่งรถนาน ๆ ได้ด้วยการปรับเบาะให้พอดีกับสรีระของเรา ยืดแข้งยืดขาและบีบนวดกล้ามเนื้อระหว่างรถติด หรือจอดแวะพักบ้างระหว่างทางก็จะช่วยคลายอาการปวดเ

    Read more »
  4. โควิดสายพันธุ์อังกฤษ แพร่ง่ายขึ้น 1.7 เท่า เสี่ยง 170 เท่า

    ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ

    เมื่อ 8 เมษายน 2564 กรมควบคุมโรค ยืนยันข่าวโควิด คลัสเตอร์ผับทองหล่อ คริสตัลคลับ เป็น โควิดสายพันธุ์อังกฤษ จริง เมื่อเป็น โควิดกลายพันธุ์ ส่งผลให้มีการติดเชื้อเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ในแทบทุกวงการ ทั้งนักแสดง นักดนตรี นักการเมือง บุคลากรทางการแพทย์ และในอีกหลายวงการ มีข่าวกักตัวและตรวจพบเชื้ออย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนสงกรานต์ อีกทั้ง เริ่มแพร่ระบาดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม ก่อนจะแสดงอาการในอีกสองสัปดาห์ ซึ่งน่าจะมีผู้ที่ติดเชื้อแล้วยังไม่แสดงอาการอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าว่าอาจรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา มีพื้นที่เสี่ยงโควิดในหลายพื้นที่

     

    ความน่ากลัวของโควิดสายพันธุ์อังกฤษ

    โควิดกลายพันธุ์ทั่วโลกที่ต้องระวัง มี 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์อังกฤษ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ และสายพันธุ์บราซิล ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีความแตกต่างกัน

    ปัญหาของโควิดสายพันธุ์อังกฤษ (B117) คือ นอกจากติดเชื้อง่ายขึ้น 70% แล้ว ระยะเวลาที่เชื้อฟักตัวนานอาจถึง 14 วัน อาการของโควิดไม่แสดงชัดเจน ทำให้การตรวจวัดทั่วไปทำได้ยากขึ้นไม่สามารถวัดอุณหภูมิหรื

    Read more »
  5. อัลบูมิน (Albumin) โปรตีนจากไข่ขาว

    อัลบูมิน

    อัลบูมิน คือ โปรตีนที่สร้างจากตับและมีปริมาณมากกว่าชนิดอื่น บ่อยครั้งถูกเรียกว่า "โปรตีนไข่ขาว" เพราะเป็นสารอาหารที่สามารถพบได้มากในไข่ขาว ซึ่งในไข่ยังพบสารอาหารอีกมากมาย ทั้ง แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี เหล็ก วิตามินและสารอาหารอื่นๆ 

     

    โปรตีนในไข่

    ในไข่มีอะมิโนที่จำเป็น 8 ชนิด

    • ไอโซลิวซีน (Isoleucine) ช่วยสร้างเสริมการเจริญเติบโตและการทำงานของระบบประสาท ช่วยพัฒนาการเรียนรู้
    • ลิวซีน (Leucine) กระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มพลังงานให้กล้ามเนื้อ เสริมเซลล์ประสาทให้แข็งแรง
    • ไลซีน (Lysine) ซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ลึกหรอ เป็นสารตั้งต้นของแอลคาร์นิทีน ช่วยเผาผลาญไขมัน ช่วยให้มีสมาธิและดูดซึมแคลเซียม ช่องป้องกันโรคกระดูกพรุน
    Read more »
  6. กินยาอย่างไรถูกวิธี ได้ผลดี มีประสิทธิภาพ

    เวลากินยา

    บางคนอาจเคยสงสัยเกี่ยวกับการรับประทานยาว่า ที่ฉลากเขียนกำกับไว้ว่ารับประทานก่อนอาหาร แปลว่าต้องรับประทานก่อนกี่นาที ? แล้วยาหลังอาหารต้องกินอย่างไรถึงจะถูกต้อง ? ซึ่งเราควรจะรับประทานให้ถูกวิธีเพื่อลดอาการข้างเคียงของยาและเพื่อให้ยามีประสิทธิภาพในการรักษาสูงที่สุด การรับประทานยารูปแบบต่าง ๆ ให้ถูกต้องนั้น สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ

     

    1. ยาก่อนอาหาร

    ยาก่อนอาหารควรรับประทานขณะที่ท้องว่างก่อนรับประทานอาหารอย่างน้อย 30 นาที ยกเว้นยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบางตัวที่แนะนำให้ทานก่อนอาหารอย่างน้อย 15 นาที หากลืมรับประทานยาก่อนอาหาร ให้ข้ามยามื้อที่ลืมไป แต่ถ้าเป็นยาที่อาหารอาจา่งผลลดการดูดซึมของยาได้ อาจรอให้ท้องว่างก่อนค่อยรับประทานยาก็ได้ หรือประมาณ 2 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร หากต้องรับประทานยาในมื้อถัดไปอยู่แล้ว ก็ให้รับประทานทานยาก่อนอาหารมื้อถัดไปแทนได้เลย ไม่ต้องทานยาซ้ำ

     

    Read more »
  7. รู้ไว้ปลอดภัยกว่า! ยานอนหลับ กับข้อควรระวังที่ต้องใส่ใจ

    วิธีใช้ยานอนหลับ

    ยานอนหลับเป็นตัวเลือกที่หลายคนนึกถึงเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการนอน ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากความเครียดเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต หรือมาจากสาเหตุอื่นก็ตาม ถึงแม้ยานอนหลับจะช่วยให้เราหลับได้ง่ายขึ้นก็จริง แต่มันก็มาพร้อมผลเสียมากมายซึ่งบางครั้งผลข้างเคียงจากยา อาจอันตรายถึงชีวิต แต่หากจำเป็นต้องใช้ยาจริง ๆ ก็ควรศึกษาให้ดีก่อนว่าใช้ยานอนหลับอย่างไรให้ปลอดภัย โดยดูได้จากบทความนี้

     

    ขั้นตอนรักษาปัญหานอนไม่หลับ

    ขั้นตอนในการรักษาปัญหานอนไม่หลับจะเริ่มต้นด้วยวิธีไม่ใช้ยาก่อน ด้วยการขจัดเหตุปัจจัยที่ทำให้นอนไม่หลับออกไป ร่วมกับการปฏิบัติตามสุขอนามัยการนอนอย่างเหมาะสม ส่วนการใช้ยานอนหลับนั้นไม่ได้ช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับ เพียงแค่ช่วยให้อาการทุเลาลงขณะใช้ยาเท่านั้น หากพยายามแก้ไขสาเหตุรวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จึงจะพิจารณาใช้ยานอนหลับร่วมด้วย



    ผลข้างเคียง

    Read more »
  8. ยากับกาแฟ กินพร้อมกันได้ไหม อันตรายหรือเปล่า ?

    ยากับกาแฟ กินพร้อมกันได้ไหม อันตรายหรือเปล่า ?

    ปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากที่ดื่มกาแฟทุกเช้า อาจเรียกได้ว่าการดื่มกาแฟเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าสังคมไปแล้ว โดยในกลุ่มผู้ที่ดื่มกาแฟทุกเช้านั้นมีจำนวนไม่น้อยมียาที่ต้องรับประทานอยู่เป็นประจำทุกวันเช่นเดียวกัน จึงอาจทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า เราสามารถกินยาพร้อมกาแฟได้ไหม เป็นอันตรายหรือเปล่า ? สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้ 

     

    ยากับกาแฟ กินพร้อมกันได้หรือไม่ ? 

    สารในกาแฟที่อาจส่งผลกระทบกับยาที่เรารับประทานเข้าไปนั้นคือคาเฟอีน แต่คาเฟอีนนั้นไม่ได้มีอยู่แค่ในกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ยังผสมอยู่ในเครื่องดื่มอีกหลายชนิด เช่น ชาเขียว เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น

    โดยคาเฟอีนสามารถทำปฏิกิริยากับยาและมีผลกับการรักษาได้ โดยผลที่เกิดขึ้นนั้นเกิดได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งมีตัวอย่างผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้

    1. มีความเสี่ยงที่คาเฟอีนจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในร่างกายได้หากรับประทานร่วมกับย
    Read more »
  9. คลายสงสัย ! ทำไมไม่ควรกินยาพร้อมนม

    กินยาพร้อมนม

    มีคำเตือนเกี่ยวกับการรับประทานยาเรื่องหนึ่งที่เรามักได้ยินอยู่บ่อยครั้ง คือ “ไม่ควรกินยาพร้อมนม” เคยสงสัยกันไหมว่าเพราะอะไรเราถึงไม่ควรทำแบบนั้น ? หากรับประทานยาพร้อมกับการดื่มนมไปด้วยจะเป็นอันตรายหรือเปล่า ? หรือการกระทำดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงอย่างไรกันแน่ ? หาคำตอบได้จากบทความนี้ 

     

    สาเหตุที่ไม่ควรรับประทานยาพร้อมนม

    การรับประทาน นม หรือผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต, ไอศกรีม, ชีส หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมสูง ซึ่งการรับประทานร่วมกับยาบางชนิดจะเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาและนม (ยาตีกันกับนม) เนื่องจากแคลเซียมในนมจะไปทำปฏิกิริยากับโครงสร้างของยา ทำให้ได้สารประกอบที่ไม่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและไม่ถูกดูดซึมหรือลดการดูดซึมยา หรืออาจทำให้ยาหมดฤทธิ์ ส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาในการรักษาโรคได้ลดลง

    ในส่วนของยาลดกรดที่มีส่วนประกอบของแมกนีเซียม อะลูมิเนียม หรือแร่ธาตุเสริม เช่น ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ที่ไม่แนะนำให้รับประทานพร้อมกับยาบางชนิด เนื่

    Read more »
  10. 5 โรคระบาดในเด็ก อันตรายที่พ่อแม่ควรใส่ใจ

    โรคระบาดในเด็ก

    วัยเด็กเป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต ทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายรวมถึงภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง เด็กจึงเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ โดยในปัจจุบันมีโรคภัยไข้เจ็บมากมายอยู่รอบตัว ซึ่งบางโรคอาจรุนแรงถึงชีวิตได้เลยทีเดียว พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจสุขภาพลูกน้อยอย่างเต็มที่ วันนี้เรามี 5 โรคระบาดยอดฮิตในเด็กที่มักเป็นกันบ่อยมาเล่าสู่กันฟัง จะได้เตรียมป้องกันได้ทันท่วงที

     

    ไข้เลือดออก

    ไข้เลือดออกเป็นโรคที่คนไทยรู้จักกันดี โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue) มักแพร่ระบาดในช่วงหน้าฝนโดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค มีอาการที่สังเกตได้หลายรูปแบบ เช่น

    - ปวดหัว

    - ปวดเนื้อปวดตัว

    - มีไข้สูง 39-41 องศาเซลเซียสนานกว่า 2-7 วัน

    - ปวดกระบอกตา

    - คลื่นไส้ อาเจียน

    - มีจุดเลือดออกต

    Read more »