Poramet Kongsawad

  1. 5 โรคยอดฮิตวัยทำงาน

    โรคยอดฮิตวัยทำงาน

    วัยทำงานเป็นวัยที่เต็มไปด้วยความเครียด ทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน จนบางครั้งอาจมากเกินไปจนทำให้ลืมเวลาพักผ่อน ออกกำลังกายน้อยลง และลืมเวลาในการดูแลตนเองในที่สุด ซึ่งพฤติกรรมที่ทำกันอยู่ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ แล้วมีโรคอะไรบ้างที่ชาวออฟฟิศต้องระวัง ไปดูกันเลย

     

    1. โรคไมเกรน มักเกิดจากความเครียดจากการทำงาน ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวเรื้อรัง ลามไปถึงปวดกระบอกตา และเป็นไมเกรนได้ 
    2. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เมื่อต้องนั่งทำงาน หรือประชุมเรื่องสำคัญเป็นเวลานาน ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกลั้นปัสสาวะ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคกะเพราปัสสาวะอักเสบได้
    Read more »
  2. ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อเป็น “โรคเริม”

    ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อเป็นโรคเริม

    เริม เป็นโรคติดต่อทางผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV) ซึ่งมี 2 ชนิด คือ HSV-1 และ HSV-2 เมื่อติดเชื้อแล้วจะทำให้มีตุ่มใสขึ้นเป็นกลุ่มบนผิวหนัง ร่วมกับมีอาการปวด แสบ ร้อนบริเวณที่ติดเชื้อ เริมสามารถเกิดขึ้นได้หลายจุดบนร่างกาย เช่น ริมฝีปาก คอ ต้นขา และอวัยวะเพศ เป็นต้น โรคเริมสามารถรับมือได้หลายวิธี ทั้งการกินยาต้านไวรัส (มีทั้งยาใช้ภายนอกและยาแบบรับประทาน) และการดูแลตนเองโดยไม่ใช้ยา วันนี้เภสัชกรจะพาไปรู้จักกับวิธีรับมือโรคเริมที่ถูกต้อง พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ต้องทำอย่างไร อ่านบทความด้านล่างนี้เลย 

     

    เป็นโรคเริม ใช้ยาอะไรดี ? 

    การรักษาโรคเริมด้วยยาต้านไวรัสจะช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของโรคได้ โดยยาต้านไวรัสสําหรับโรคเริมมีทั้งชนิดรับประทาน และยาใช้ภายนอก เช่น Acyclovir, Famci

    Read more »
  3. ไวรัสเริม สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา

    ภัยร้ายจาก ไวรัสเริม

    โรคเริมคืออะไร ? โรคเริมเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ทําให้เกิดตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นกลุ่มประมาณ 2 - 10 เม็ด และเกิดแผลขึ้นที่บริเวณผิวหนังหลายส่วนบนร่างกาย เช่น ริมฝีปาก หรืออวัยวะเพศ โรคเริมสามารถติดต่อได้ง่ายหลายช่องทาง เช่น การสัมผัส หรือติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ เริมเป็นโรคเรื้อรังที่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ทุกเมื่อหากร่างกายอ่อนแอ 

     

    สาเหตุของโรคเริม

    เชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus ที่เป็นสาเหตุของโรคเริมนั้นมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

    1. Herpes Simplex Virus-1 (HSV-1) มักพบการติดเชื้อบริเวณเยื่อบุริมฝีปาก ในช่องปาก หรือใบหน้า

    2. Herpes Simplex Virus-2 (HSV-2) ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งมักพบที่บริเวณอวัยวะเ

    Read more »
  4. โรคลมพิษ คืออะไร ? รับมือได้อย่างไรบ้าง

    โรคลมพิษ

    ผื่นแดงนูนที่มาพร้อมอาการคันยิบ ๆ ตามตัว คือสัญญาณของ “โรคลมพิษ” นั่นเอง โดยโรคนี้เป็นโรคที่สามารถเกิดได้ทุกเพศทุกวัย แต่มักจะพบในช่วงอายุ 20-40 ปี อาการที่พบได้เช่น มีผื่นลมพิษขึ้นบริเวณร่างกาย ผื่นจะมีลักษณะเป็นวงนูน แดง ไม่มีขุย อาจเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำตัว แขนขา และมักมีอาการคันร่วมด้วย ถ้ามีอาการแบบนี้แล้วจะรักษาหรือป้องกันได้อย่างไร ? วันนี้เรามาทำความรู้จักโรคลมพิษไปพร้อม ๆ กันค่ะ

     

    โรคลมพิษแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

    1. ลมพิษเฉียบพลัน (Acute Urticaria) คือ มีอาการผื่นลมพิษต่อเนื่องกันไม่เกิน 6 สัปดาห์ มักเกิดจากการแพ้ยา แพ้อาหาร การติดเชื้อในร่างกาย แมลงสัตว์กัดต่อย ฯลฯ
    2. ลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria) คือ มีอาการผื่นลมพิษอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์
    Read more »
  5. 7 เรื่องควรทราบเกี่ยวกับน้ำยาบ้วนปาก

    น้ำยาบ้วนปาก

    วิธีใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างถูกวิธี ทำตามคำแนะนำในฉลากผลิตภัณฑ์ก็ไม่มีปัญหา แต่การใช้น้ำยาบ้วนปากให้มีประสิทธิภาพ คุ้มราคา และถูกสุขลักษณะในทุกช่วงวัย มีเรื่องที่ควรทำความเข้าใจหลายอย่าง

     

    น้ำยาบ้วนปากควรบ้วนใน 10-60 วินาที

    น้ำยาบ้วนปากควรกลั้วคอในเวลาที่กำหนด เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นต้นเหตุของการทำให้เกิดกลิ่นปากหรือทำให้เกิดปัญหาในช่องปากได้ดี

    การกลั้วด้วยน้ำยานานเกินไป อาจทำให้ฟันเกิดการผุกร่อน ฟันดำ ฟันสีเปลี่ยนไปจากเดิมได้ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังและคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงในช่องปาก

    หากพบว่ามีความผิดปกติในช่องปาก ควรปรึกษาทันตแพทย์ แพทย์ หรือเภสัชกรโดยเร็วและบอกผลิตภัณฑ์กับวิธีใช้โดยละเอียด

     

    Read more »
  6. เปลือกยาแคปซูล ปลอดภัยไหม อันตรายหรือเปล่า

    ยาแคปซูล

    มีความเชื่อหนึ่งนะคะ ที่เขาบอกกันมาว่ากินแคปซูลมากมากมันไม่ดี เพราะว่าสารเคมีที่นํามาทําแคปซูล แล้วก็ตัวสีที่นํามาใช้ทําแคปซูลเป็นอันตรายต่อร่างกาย จนอยากกินยารูปแบบเม็ดหรือยาน้ำแทน ยาแคปซูลอันตรายกว่ายาชนิดอื่นจริงไหม เภสัชกรมีคำตอบค่ะ

     

    เปลือกแคปซูลปลอดภัย

    ไม่จริง เพราะว่ายาแคปซูลที่เขาทําออกมาเพื่อให้เราทานง่ายขึ้น ผลิตออกมาได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยในการรับประทานในระยะยาว โดยเฉพาะคนที่ต้องทานยารักษาโรคประจำตัวติดต่อกันหลายปี

    ประโยชน์ของยาแคปซูล ตัวเปลือกจะช่วยให้ทานยาได้ง่ายขึ้น กลบรสขมของยา และลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยาบางชนิดจะมีกลิ่นและรสที่แรงมาก ตัวเปลือกแคปซูลจะช่วยนำยาเข้าสู่ร่างกายผ่านลิ้นรับรสของเราได้อย่างง่ายดาย

    ตัวเปลือกแคปซูล ทํามาจากเจลาตินแล้วก็น้ำ ซึ่งไม่มีอันตรายต่อร่างกาย ส่วนสีบนแคปซูลก็ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่

    Read more »
  7. ถุงยางแบบไหนที่ห้ามใช้กับเจลหล่อลื่นทั่วไป

    ถุงยาง เจลหล่อลื่น

    ความเชื่อที่ว่าเราสามารถใช้สารหล่อลื่นนะครับกับถุงยางอนามัยได้ทุกประเภท ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องครับ

    อย่างแรกเลย เราจะต้องมาดูกันก่อนเลยว่าถุงยาง แบ่งออกมาเป็นสองประเภทด้วยกัน

    1. ถุงยางที่ผลิตมาจากน้ำยางธรรมชาติหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Latex Condom หรือ Ruber Condom ครับ

    โดยถุงยางชนิดนี้ ไม่ควรใช้ร่วมกับสารหล่อลื่น ที่ผลิตมาจากน้ำมันปิโตรเลียม

    เนื่องจากสารทั้งสองตัวนี้ จะมีผลทําให้ยางของถุงยางของเรา เสื่อมสภาพลงได้ครับ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการคุมกําเนิด หรือว่าการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ลดลงครับ ดังนั้น เราควรเลือกสารหล่อลื่นที่มีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำ

    2. ถุงยางที่ทํามาจากโพลียูวีเอ หรือโพลีไอโฟนครับหรือถุงยางพลาสติกนั่นเอง โดยยางชนิดนี้ ก็จะสามารถใช้ก

    Read more »
  8. ใส่ถุงยาง ไม่ควรใส่เกิน 30 นาที เพราะเหตุใด

    ถุงยางเกิน 30 นาที

    เกี่ยวกับความเชื่อที่ว่า เมื่อเราใช้ถุงยางอนามัยจะมีประสิทธิภาพคงที่ ตลอดระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าเพศสัมพันธ์นั้นจะนานกันเป็นชั่วโมง ก็ใช้อันเดียวได้ ? บางคนประหยัด นอกจากใช้นานจนคุ้ม ถึงขั้นนำกลับมาใช้ซ้ำภายหลังก็มี เห็นไม่มีรอยขาดก็คิดว่าใช้ได้ตามปกติ

    ถุงยางมีระยะเวลาใช้งานที่จำกัด

    ความเชื่อเรื่องใส่ถุงยางได้เรื่อยๆ หรือ นำกลับมาใช้ซ้ำได้ เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ควรระวัง แม้สภาพดูสมบูรณ์ก็อย่าคิดว่าปลอดภัย

    เหตุผลเพราะ ถุงยางถูกผลิตมาจากวัสดุยางหรือว่าพลาสติก ดังนั้น เมื่อถุงยางของเราเนี้ย ได้รับแรงเสียดสี หรือว่าแรงเสียดทานที่เกิดขึ้น ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ก็อาจจะทําให้เกิดการฉีกขาดได้ อาจเป็นรูขนาดเล็กหรือรอยขาดที่มองแทบไม่เห็น

    ใช้ถุงยางอย่างถูกวิธี

    Read more »
  9. ทำไม ไม่ควรเก็บถุงยางไว้ในกระเป๋าสตางค์

    ถุงยาง กระเป๋าสตางค์

    การพกถุงยางอนามัยเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากว่าสามารถที่จะคุมกําเนิดได้ แล้วก็สามารถที่จะป้องกันในส่วนของโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ แต่ในการพกถุงยางไว้ในกระเป๋าสตางค์ เป็นสิ่งที่เราควรจะต้องหลีกเลี่ยง เพราะมีความเสี่ยงที่ถุงยางจะเสื่อมประสิทธิภาพได้ แม้จะใส่ซองอีกชั้นแล้วก็ตาม

     

    การเสียดสี

    เนื่องจากกระเป๋าสตางค์ของเราเนี่ย ต้องมีการถูกหยิบใช้ เปิดปิดตลอดทั้งวัน ดังนั้น อาจจะทําให้เกิดโอกาสในการเสียดสี หรือว่ามีการกดทับในส่วนของถุงยางได้ ส่งผลให้ถุงยางของเรา เกิดการฉีกขาดได้นั่นเอง

     

    อุณหภูมิและความชื้น

    เนื่องจากกระเป๋าสตางค์ของเรา มีอุณหภูมิและก็ความชื้น ที่ไม่เหมาะสมต่อการเก็บรักษาถุงยางครับ อาจทําให้ถุงยางเกิดการเสื่อมสภาพได้โด

    Read more »
  10. ใส่ถุงยางเฉพาะก่อนหลั่ง ป้องกันตั้งท้องทันไหม ?

    ถุงยาง ตั้งท้อง

    เริ่มใส่ถุงยางอนามัยเฉพาะตอนก่อนที่จะหลั่ง เพิ่มประสิทธิภาพและสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้จริงหรือเปล่า ความเชื่อนี้ เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง มีหลายเหตุผลที่ทำให้ท้องได้ง่ายเหมือนกับไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกัน

    1. ในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์หรือว่ามีการสอดใส่อวัยวะเพศชาย ก็สามารถที่จะมีการหลั่งอสุจิออกมาได้บางส่วนอยู่แล้วด้วย

    2. อวัยวะเพศชายเนี้ยก็สามารถที่จะปล่อยสารหล่อลื่นออกมาได้ ซึ่งในสารหล่อลื่นนี้ มีเชื้ออสุจิปะปนอยู่ด้วย และอสุจิที่ปะปนมากับสารหล่อลื่นที่อวัยวะเพศชายหลั่งออกมา

    การที่มีอสุจิบางส่วนไหลออกมาระหว่างร่วมเพศสัมพันธ์ แม้จะมีปริมาณที่น้อยมาก แต่ก็มีโอกาสไปปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ได้เช่นกัน ทำให้ตั้งครรภ์ได้โดยไม่ตั้งใจ

    ทางที่ดีควรใส่ถุงยางตั้งแต่ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์จะดีกว่า

     

    ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับถุงยางอนามัย ใส่ถุงยางเฉพาะก่อนหล

    Read more »