เริม

  1. ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อเป็น “โรคเริม”

    ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อเป็นโรคเริม

    เริม เป็นโรคติดต่อทางผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV) ซึ่งมี 2 ชนิด คือ HSV-1 และ HSV-2 เมื่อติดเชื้อแล้วจะทำให้มีตุ่มใสขึ้นเป็นกลุ่มบนผิวหนัง ร่วมกับมีอาการปวด แสบ ร้อนบริเวณที่ติดเชื้อ เริมสามารถเกิดขึ้นได้หลายจุดบนร่างกาย เช่น ริมฝีปาก คอ ต้นขา และอวัยวะเพศ เป็นต้น โรคเริมสามารถรับมือได้หลายวิธี ทั้งการกินยาต้านไวรัส (มีทั้งยาใช้ภายนอกและยาแบบรับประทาน) และการดูแลตนเองโดยไม่ใช้ยา วันนี้เภสัชกรจะพาไปรู้จักกับวิธีรับมือโรคเริมที่ถูกต้อง พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ต้องทำอย่างไร อ่านบทความด้านล่างนี้เลย 

     

    เป็นโรคเริม ใช้ยาอะไรดี ? 

    การรักษาโรคเริมด้วยยาต้านไวรัสจะช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของโรคได้ โดยยาต้านไวรัสสําหรับโรคเริมมีทั้งชนิดรับประทาน และยาใช้ภายนอก เช่น Acyclovir, Famci

    Read more »
  2. ไวรัสเริม สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา

    ภัยร้ายจาก ไวรัสเริม

    โรคเริมคืออะไร ? โรคเริมเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ทําให้เกิดตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นกลุ่มประมาณ 2 - 10 เม็ด และเกิดแผลขึ้นที่บริเวณผิวหนังหลายส่วนบนร่างกาย เช่น ริมฝีปาก หรืออวัยวะเพศ โรคเริมสามารถติดต่อได้ง่ายหลายช่องทาง เช่น การสัมผัส หรือติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ เริมเป็นโรคเรื้อรังที่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ทุกเมื่อหากร่างกายอ่อนแอ 

     

    สาเหตุของโรคเริม

    เชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus ที่เป็นสาเหตุของโรคเริมนั้นมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

    1. Herpes Simplex Virus-1 (HSV-1) มักพบการติดเชื้อบริเวณเยื่อบุริมฝีปาก ในช่องปาก หรือใบหน้า

    2. Herpes Simplex Virus-2 (HSV-2) ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งมักพบที่บริเวณอวัยวะเ

    Read more »