บทความการดูแลสุขภาพ

  1. โรคลมแดด ภัยร้าย ถึงตายช่วงหน้าร้อน

    โรคลมแดด Heat Stroke อันตราย

    โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) เป็นโรคที่มักเกิดในฤดูร้อน มีสาเหตุมาจากการที่อุณหภูมิในร่างกายสูงเกินไปเมื่อเจออากาศร้อนจัดหรือออกกำลังกายเป็นเวลานาน โดยที่ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ตามปกติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันเวลา โรคลมแดดอาจรุนแรงถึงชีวิตได้เลยทีเดียว

     

    อันตรายจากอากาศร้อน 

    จากข้อมูลการเฝ้าระวังการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตเนื่องจากภาวะอาการร้อน (Hot-Weather related illness and deaths surveillance) สำนักระบาดวิทยา ช่วงฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม) ระหว่าง พ.ศ. 2558-2561 พบว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เข้าข่ายการเฝ้าระวังการเสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อน จำนวน 56, 60, 24 และ 18 ราย ตามลำดับ โดยมีอุณหภูมิช่วงฤดูร้อนสูงสุดเฉลี่ย เท่ากับ 38.9, 38.1, 38 และ 38.1 ตามลำดับ

     

    โรคลมแดดมีอาการอย่างไร ?

    อาการที่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่เป็นโรคลมแดดมี 3 อย่าง คือ มีไข้สูง (อุณหภูมิสูงกว่า 40.5 °C), ระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ และไร้เหงื่อ เมื่อระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติจะทำให้มีอาการหลายอย่าง เช่น อาการโซเซ, เป็นลม, กระวนกระวาย, พฤติกรรมผ

    Read more »
  2. ลืมกินยาคุม ทำอย่างไรดี ? เรามีคำตอบ

    ลืมกินยาคุม

    การรับประทานยาคุมกำเนิดแบบรายเดือนเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะยาคุมกำเนิดแบบรายเดือนนั้นหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป มีหลายราคาตั้งแต่หลักสิบบาทไปจนถึงหลักร้อยบาท

    แต่การคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้มักมีปัญหาที่พบบ่อย คือ การลืมรับประทานยา คำถามที่ตามมาก็คือ “ลืมกินยาคุม 1 วันทำไงดี ? 2 วันทำไงดี ?” เรามีคำตอบ 

     

    เริ่มกินยาคุมเม็ดแรกวันไหนดี ?

    สำหรับการรับประทานยาคุมกำเนิดรายเดือนทั้งแบบ 21 เม็ด และ 28 เม็ด ควรเริ่มรับประทานภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน จากนั้นให้รับประทานต่อเนื่องจนหมดแผง สำหรับยาคุมกำเนิดแบบ 28 เม็ดนั้น ให้เริ่มรับประทานยาแผงต่อไปได้ทันทีที่แผงแรกหมด ส่วนยาคุมกำเนิดแบบ 21 เม็ด เมื่อรับประทานหมดแผงแล้วให้เว้นไป 7 วัน จากนั้นค่อยเริ่มรับประทานยาแผงใหม่ 

     

    Read more »
  3. กรดไหลย้อนรักษาได้ แค่ปรับพฤติกรรม

    กรดไหลย้อน

    กรดไหลย้อน เป็นโรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ หรือเกิดจากแบคทีเรียบางชนิด โดยมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้เกิดโรคดังกล่าว หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงนั้นมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง แต่รู้หรือไม่ว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างช่วยป้องกันและบรรเทาอาการของกรดไหลย้อนให้ดีขึ้นได้ ซึ่งต้องทำอย่างไรบ้างนั้น สามารถอ่านได้จากบทความนี้เลย

     

    กรดไหลย้อนคืออะไร ?

    โรคกรดไหลย้อน หรือ Gastroesophageal Reflux Disease (GERD) เกิดจากการไหลย้อนของกรดที่มากเกินปกติโดยเฉพาะช่วงหลังรับประทานอาหารที่เป็นสาเหตุมาจากความผิดปกติของหูรูดหลอดอาหารที่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางหน้าอก (Heartburn) ที่อาจเกิดร่วมกับอาการเรอเปรี้ยว (Acid Regurgitation) ได้ และสามารถเกิดอาการอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น ไอเรื้อรัง เสียงแหบ ฟันสึกในบางตำแหน่ง เป็นต้น

     

    กรดไหลย้อนรักษาได้อย่างไร ?

    ตามแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนในประเทศไทย พ.ศ. 2563 แนะนำให้ผู้

    Read more »
  4. จริงหรือมั่ว ? กินยาคุมแล้วเสี่ยงมะเร็ง

    ยาคุม กับ มะเร็ง

    การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพและใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน นอกจากช่วยป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยาคุมกำเนิดยังมีประโยชน์อีกมากมาย แต่ก็มีผลข้างเคียงจากการรับประทานเช่นเดียวกัน ซึ่งแหล่งข้อมูลบางแห่งระบุว่า ผลข้างเคียงของการใช้ยาคุมกำเนิดอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งได้เลย ข้อมูลนี้จริงเท็จอย่างไร สามารถหาคำตอบได้จากความนี้ 

     

    ยาคุมกำเนิดทำงานอย่างไร ?

    ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรับประทานประกอบไปด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน โดยยาจะออกฤทธิ์ในการควบคุมระดับฮอร์โมนไม่ให้เกิดการตกไข่ เพิ่มความเหนียวข้นให้กับของเหลวบริเวณปากมดลูกเพื่อให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิได้ลำบาก และทำให้ผนังมดลูกบางเพื่อไม่ให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วสามารถฝังตัวได้ 

     

    ประโยชน์และผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด

    Read more »
  5. ยาคุมฉุกเฉิน กินบ่อยอันตราย จริงหรือ ?

    ยาคุมฉุกเฉิน

    การคุมกำเนิดในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิธีที่ต้องอาศัยหัตถการทางการแพทย์ เช่น การทำหมัน ใส่ห่วงคุมกำเนิด แต่ในบางครั้งวิธีเหล่านี้ค่อนข้างยุ่งยาก และอาจทำให้ไม่สามารถกลับมามีลูกได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ การใช้ยาคุมกำเนิดแบบรายเดือนและยาคุมฉุกเฉินจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ป้องกันการตั้งครรภ์มากขึ้น แต่บางคนอาจเคยได้ยินข้อมูลที่ว่า “กินยาคุมฉุกเฉินมากเกินไป อันตรายต่อร่างกาย” แล้วเกิดความกังวล ซึ่งความจริงแล้วการกินยาคุมฉุกเฉินบ่อย ๆ อันตรายจริงไหม ? อย่างไร ? หาคำตอบได้จากบทความนี้

     

    ประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉิน

    “ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน” (Emergency Contraception Pill) สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 80 – 95% ซึ่งคำว่าฉุกเฉินในที่นี้อาจหมายถึง การมีเพศสัมพันธ์ทั้งยินยอมและไม่ยินยอมโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือถุงยางอนามัยมีการฉีกขาด รั่วซึม รวมถึงกรณีที่ขาดการรับประทานยาคุมกำเนิดแบบรายเดือ

    Read more »
  6. ยาคุมกำเนิด 21 เม็ด กับ 28 เม็ด ต่างกันอย่างไร ?

    ยาคุม 21 วัน และ 28 วัน

    การคุมกำเนิดสามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายก็คือการกินยาคุมกำเนิดแบบรายเดือน ซึ่งยาคุมกำเนิดแบบรายเดือนนั้นมี 2 แบบคือ แผงละ 21 เม็ด กับแผงละ 28 เม็ด ซึ่งแต่ละแบบก็มีวิธีรับประทานต่างกัน หากรับประทานผิดวิธีอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้

     

    ยาคุมกำเนิดคืออะไร ?

    ยาคุมกำเนิด (Contraceptive Pill หรือ Birth Control Pill) เป็นการคุมกำเนิดชั่วคราวรูปแบบหนึ่ง โดยภายในเม็ดยาจะบรรจุฮอร์โมนเพศหญิงไว้ ออกฤทธิ์ต่อการทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิง ทั้งปากมดลูก ผนังมดลูก และรังไข่ ยาคุมกำเนิดช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้หากรับประทานอย่างถูกวิธี แต่ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

     

    ยาเม็ดคุมกำเนิดมีกี่ชนิด ?

    Read more »
  7. คุมกำเนิดแบบไหน ปลอดภัยสุด ?

    วิธี คุมกำเนิด ยอดนิยม

    ทุกวันนี้ การท้องไม่พร้อมเป็นปัญหาที่พบได้มากขึ้น ข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกพบว่า ในปี 2554 มีวัยรุ่นอายุ 15 - 19 ปี ประมาณ 54 คนจาก 1,000 คน ที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ซึ่งอาจจะเกิดจากการไม่คุมกำเนิดหรือเลือกวิธีการคุมกำเนิดไม่เหมาะสม ดังนั้นการเลือกวิธีคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับตนเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร 

    ผู้หญิง ถือ ยาคุม

    ที่มา : Freepik

    การคุมกำเนิดทำได้กี่วิธี ?

    ในปัจจุบันการคุมกำเนิดนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีขั้นตอน เงื่อนไข และค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป โดยการคุมกำเนิดด้วยวิธีการต่าง ๆ มีรายละเอียด ดังนี้ 

     

    Read more »
  8. จุกหลอกเลือกอย่างไร ให้ปลอดภัยต่อลูกน้อย

    วิธีเลือก จุกหลอก

    จุกหลอก เป็นตัวช่วยชั้นดีในการเลี้ยงทารกแรกเกิดที่พ่อแม่หลายคนเลือกใช้ เพราะจุกหลอกช่วยให้เด็กหยุดส่งเสียงร้องไห้งอแงและหลับง่าย แต่จุกหลอกที่วางขายในท้องตลาดนั้นมีมากมายหลายแบบ จึงอาจทำให้หลายครอบครัวที่เพิ่งมีลูกคนแรก สับสนไม่รู้ว่าต้องเลือกยังไง ถึงจะเหมาะกับการใช้งานและปลอดภัยสำหรับลูกน้อย วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกจุกหลอกมาฝาก

     

    อายุเท่าไหร่ควรใช้ตอนไหนควรเลิก

    สำหรับช่วงอายุที่เหมาะสมในการให้ลูกเริ่มใช้จุกหลอกนั้นขึ้นอยู่กับว่าลูกดูดนมจากอกแม่ หรือดูดนมจากขวด

    หากทารกดูดนมจากอกแม่ ก็ควรรอให้เด็กมีอายุประมาณ 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับการดูดนมจากอกแม่ก่อน จากนั้นค่อยฝึกให้ใช้จุกหลอก

    ถ้าเด็กดูดนมจากขวดนมตั้งแต่แรก ก็เริ่มฝึกให้ทารกใช้จุกหลอกได้ทันที เนื่องจากจุกขวดนมและจุกหลอกนั้นมีลักษณะคล้ายกัน

    ผู้ปกครองควรให้ลูกน้อยเลิกใช้จุกหลอกตั้งแต่อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งเด็กน้อยส่วนใหญ่มักเลิกใช้จุกหลอกไปเองเมื่ออายุ 2-4

    Read more »
  9. เลือกอาหารผู้สูงอายุ ให้เหมาะสม และดีต่อสุขภาพ

    อาหารสูงวัย เลือกยังไง ให้เหมาะสม

    เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราเสื่อมลงตามวัย ระบบต่างๆ ภายในร่างกายก็ทำงานแย่ลง เราจึงต้องใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากกว่าที่เคยเพื่อให้ร่างกายยังแข็งแรงอยู่เสมอ แต่เนื่องจากสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป ทำให้มีข้อจำกัดในการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น

    บทความนี้เราจะพาไปหาคำตอบกันว่า ผู้สูงอายุต้องเลือกรับประทานอาหารอย่างไรถึงจะได้สารอาหารครบถ้วนและมีสุขภาพดี

    ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงวัย

    ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องการพลังงานน้อยกว่าวัยอื่น เนื่องจากระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานลดลง น้ำหนักตัวจึงเปลี่ยนแปลงได้ง่ายหากไม่ควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทาน โดยพลังงานที่ผู้สูงอายุควรได้รับในแต่ละวันนั้นอยู่ที่ประมาณ 1,600-2,800 แคลอรี่ ซึ่งปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละคนอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับกิจกรรมในแต่ละวัน

    เลือกประโยชน์เยอะแต่แคลน้อย

    เมื่อร่างกายต้องการพลังงานน้อยลง การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงแต่ให้พลังงานต่ำจึงดูเป็นตัวเลือกที่ดี โดยอาหารที่ให้พลังงานน้อยแต่อุดมไปด้วยสารอาหารนั้นมีหลายชนิด เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อปลา ไ

    Read more »
  10. “ถั่งเช่า” ดีจริงไหม อันตรายอย่างไร ? รวมประโยชน์และโทษที่ต้องรู้ !

    ถั่งเช่า ดีจริงไหม

    “ถั่งเช่า” เป็นชื่อสมุนไพรจีนที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในช่วงที่ผ่านมา ด้วยสรรพคุณมากมายของถั่งเช่าที่เจ้าของผลิตภัณฑ์หลายแห่งกล่าวอ้าง อาจทำให้หลายคนสงสัยว่าสมุนไพรชนิดนี้ดีอย่างที่เค้าโฆษณาจริงหรือเปล่า บทความนี้เราจะพาไปไขข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับสมุนไพรตัวนี้กันว่า ถั่งเช่าคืออะไร มีสรรพคุณอย่างไร อันตรายหรือไม่ และมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง

     

    ถั่งเช่าคืออะไร ? 

    ถั่งเช่า เป็นยาสมุนไพรจีนที่ชื่อว่า “ตงฉงเซี่ยเฉ่า” หรือ “หญ้าหนอน” เกิดจากหนอนผีเสื้อและเห็ด ซึ่งหนอนผีเสื้อชนิดนี้จะจำศีลอยู่ใต้หิมะในฤดูหนาว เมื่อหิมะละลาย หนอนผีเสื้อก็จะออกมากินสปอร์ที่ปะปนอยู่ในดิน สปอร์ดังกล่าวจึงดูดสารอาหารจากตัวหนอนจนเติบโตกลายเป็นเห็ดรูปร่างคล้ายไม้กระบอกงอกออกจากปากของตัวหนอนผีเสื้อ

    • ถั่งเช่าพบได้ตามเทือกเขาสูงแถบทิเบต ชิงห่าย ยูนาน กานซู อยู่สูง 10,000 - 12,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล เป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวและระดับออกซิเ
    Read more »