Blog

  1. แอสต้าแซนธิน (Astaxanthin) ประโยชน์ ข้อดี ควรทานแค่ไหน

    astaxanthin

    แอสต้าแซนธิน (Astaxanthin) สารอาหารที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้จากอาหารตามธรรมชาติเท่านั้น ถือเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์แต่มีในปริมาณสัดส่วนที่น้อยมาก อาจต้องกินอาหารทะเลเป็นกิโลกรัมถึงจะได้สารที่เพียงพอ หากต้องการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำ ควรทานแบบสำเร็จรูปจะควบคุมปริมาณสารอาหารชนิดนี้ได้

     

    แอสต้าแซนธิน คือ อะไร

    แอสต้าแซนธินเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) พบ ในปลาแซลมอน เปลือกกุ้งปู และ Microalgae Haematococcus Pluvialis ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับสารชนิดนี้จากอาหารชนิดอื่น

    แต่ปริมาณที่ได้จากธรรมชาติจะน้อยมาก เช่น ปลาแซลมอน 200 กรัม จะมีแอสต้าแซนธินเพียง 1 มิลลิกรัม เท่านั้น

    แอสต้าแซนธินจากธรรมชาติ สกัดได้จาก สาหร่ายสีแดง Microalgae Haematococcus Pluvialis จากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นการสกัด ด้วยระบบปิด ปราศจากการปนเปื้อน ไม่ใช้สารเค

    Read more »
  2. วิตามินซี (Vitamin C) ประโยชน์ ปริมาณที่ควรทานแต่ละวัน

    Vitamin C วิตามินซี

    วิตามิน ซี เป็นหนึ่งในวิตามินที่ถูกพูดถึงกันเป็นอันดับต้นๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายในทุกเพศ ทุกวัย มีผลิตภัณฑ์มากมายรอบตัวที่มีส่วนผสมของวิตามินซีในระดับที่เหมาะสม และมีอาหารหลายอย่างที่มีวิตามินซี แต่การใช้วิตามินซีของแต่ละคนแตกต่างกันไป การจะทานให้มากถึงในระดับที่ต้องการเป็นไปได้ยาก แต่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายอย่างที่มีกรดแอสคอร์บิก หรือ วิตามินซีมากเพียงพอต่อร่างกายได้

     

    อาหารที่อุดมด้วย วิตามีนซี

    วิตามินซี สารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก ช่วยหลายด้านที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง สู้กับโรคร้าย โดยร่างกายไม่สามารถสร้างวิตามินซีเองได้

    อาหารที่มีวิตามินซีมาก ได้แก่ ผลไม้ตระกูล ส้ม องุ่น มะนาว มะละกอ ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี่ โรสฮิป อะเซโรลาเชอร์รี่ รวมทั้งผักต่างๆ เช่น บร็อคโคลี, พริกแดง, ลูกเกด

    สิ่งที่ควรระวัง คือ วิตามินซี จะสลายตัวได้ง่ายเมื่อเก็บไว้ในสภาวะที่มีอุณหภูมิและคว

    Read more »
  3. ผมร่วงจากโควิด 19 เพราะเหตุใด รักษาได้ไหม

    ผมร่วงจากโควิด 19 เพราะเหตุใด รักษาได้ไหม

    ภาวะผมร่วงภายหลังการติดเชื้อโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นหนึ่งในอาการของ Long Covid ผมร่วงฉับพลัน หรือ โรคผมผลัด (Telogen Efluvium) เป็นหนึ่งในผลที่ตามมาของโรคโควิด-19 (Consequence) สามารถพบได้ในผู้ป่วยหรือผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 ร้อยละ 30 โดยเฉพาะในผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

     

    สาเหตุ

    เชื้อโรคโควิด-19 จะทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบในระบบต่าง ๆ เช่น มีใข้สูง ปอดอักเสบ อ่อนเพลียร่างกายทรุดโทรม โดยจะเกิดสารไซโตไคน์ (Cytokines) ภายในร่างกายสูง ซึ่งส่งผลทำให้ระบบบางส่วนในร่างกายถูกทำลายและกิดการอักเสบ เส้นผมจึงเกิดอาการช็อกและร่วง นอกจากนี้สาเหตุยังอาจเกิดปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่

    • ความเครียดหรือความวิตกกังวล ทั้งขณะที่ป่วยและหายป่วย
    • ผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาอาการของโรคโควิด-19 บางชนิดอย่างต่อเนื่อง เช่น ยาละลายลิ่มเลือด หรือแพ้ยาปฏิชีวนะ
    Read more »
  4. ถุงยางผู้หญิงใส่พร้อมถุงยางผู้ชาย ป้องกันดีไหม

    ถุงยางชาย ถุงยางหญิง ใส่พร้อมกัน

    ถุงยางอนามัยนอกจากเพศชายแล้ว ยังมีถุงยางสำหรับผู้หญิงด้วย แต่หาซื้อยากกว่าของผู้ชายและราคาค่อนข้างแพงกว่า แต่ถึงจะใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ก็อาจท้องได้อยู่ดี ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าโอกาสตั้งท้องระหว่างใส่ถุงยางอยู่ที่ประมาณ 2% ทำให้บางคนปิ๊งไอเดียว่า ถ้าใส่ทั้งคู่ น่าจะโอกาสลดลงอีก จะลดจริงหรือไม่ลองมาดูกัน

     

    ถงยางอนามัยผู้หญิง

    ถุงยางเพศหญิง จะใส่เข้าไปภายในโพรงมดลูก เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก โดยกลไกของถุงยางเพศหญิง คือ ดักจับอสุจิของเพศชายเอาไว้ ไม่ให้ไปปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ในเพศหญิงแล้วเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น

     

    ไม่ควรใส่พร้อมกัน

    ทั้งเพศชายและเพศหญิง ก็จะทํามาจากวัสดุยางหรือว่าพลาสติกหากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง มีการใส่ถุงยาง

    Read more »
  5. เช็คสัญญานเตือน พร้อมรับมืออาการ “วัยทอง”

    เช็คสัญญานเตือน พร้อมรับมืออาการ “วัยทอง”

    การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของคุณผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน นั่นก็คืออาการ “วัยทอง” นั่นเอง อาการวัยทอง คือภาวะที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงช่วงอายุ 45-55 ปี โดยในวัยนี้รังไข่จะหยุดการผลิตไข่ และหยุดผลิตฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ไม่มีประจำเดือน ส่งผลให้เกิดผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แล้วอาการแบบไหนล่ะที่เรียกว่า “วัยทอง” ? วันนี้เรามี Checklist สัญญานเตือนของการเข้าสู่วัยทอง มาฝากกันค่ะ 

     

    สัญญาณเตือนของการเข้าสู่วัยทองมีหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น 

    1. ประจำเดือนมาน้อยวันและไม่สม่ำเสมอ
    2. อาการร้อนวูบวาบ โดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย แก้มและคอจะแดง เหนื่อยง่าย ใจสั่น มีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน หรือบางคนมีอาการหนาวสั่น ซึ่
    Read more »
  6. 5 โรคยอดฮิตวัยทำงาน

    โรคยอดฮิตวัยทำงาน

    วัยทำงานเป็นวัยที่เต็มไปด้วยความเครียด ทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน จนบางครั้งอาจมากเกินไปจนทำให้ลืมเวลาพักผ่อน ออกกำลังกายน้อยลง และลืมเวลาในการดูแลตนเองในที่สุด ซึ่งพฤติกรรมที่ทำกันอยู่ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ แล้วมีโรคอะไรบ้างที่ชาวออฟฟิศต้องระวัง ไปดูกันเลย

     

    1. โรคไมเกรน มักเกิดจากความเครียดจากการทำงาน ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวเรื้อรัง ลามไปถึงปวดกระบอกตา และเป็นไมเกรนได้ 
    2. กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เมื่อต้องนั่งทำงาน หรือประชุมเรื่องสำคัญเป็นเวลานาน ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกลั้นปัสสาวะ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคกะเพราปัสสาวะอักเสบได้
    Read more »
  7. ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อเป็น “โรคเริม”

    ดูแลตนเองอย่างไร เมื่อเป็นโรคเริม

    เริม เป็นโรคติดต่อทางผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus (HSV) ซึ่งมี 2 ชนิด คือ HSV-1 และ HSV-2 เมื่อติดเชื้อแล้วจะทำให้มีตุ่มใสขึ้นเป็นกลุ่มบนผิวหนัง ร่วมกับมีอาการปวด แสบ ร้อนบริเวณที่ติดเชื้อ เริมสามารถเกิดขึ้นได้หลายจุดบนร่างกาย เช่น ริมฝีปาก คอ ต้นขา และอวัยวะเพศ เป็นต้น โรคเริมสามารถรับมือได้หลายวิธี ทั้งการกินยาต้านไวรัส (มีทั้งยาใช้ภายนอกและยาแบบรับประทาน) และการดูแลตนเองโดยไม่ใช้ยา วันนี้เภสัชกรจะพาไปรู้จักกับวิธีรับมือโรคเริมที่ถูกต้อง พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ต้องทำอย่างไร อ่านบทความด้านล่างนี้เลย 

     

    เป็นโรคเริม ใช้ยาอะไรดี ? 

    การรักษาโรคเริมด้วยยาต้านไวรัสจะช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงของโรคได้ โดยยาต้านไวรัสสําหรับโรคเริมมีทั้งชนิดรับประทาน และยาใช้ภายนอก เช่น Acyclovir, Famci

    Read more »
  8. ไวรัสเริม สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา

    ภัยร้ายจาก ไวรัสเริม

    โรคเริมคืออะไร ? โรคเริมเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ทําให้เกิดตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นกลุ่มประมาณ 2 - 10 เม็ด และเกิดแผลขึ้นที่บริเวณผิวหนังหลายส่วนบนร่างกาย เช่น ริมฝีปาก หรืออวัยวะเพศ โรคเริมสามารถติดต่อได้ง่ายหลายช่องทาง เช่น การสัมผัส หรือติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ เริมเป็นโรคเรื้อรังที่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ทุกเมื่อหากร่างกายอ่อนแอ 

     

    สาเหตุของโรคเริม

    เชื้อไวรัส Herpes Simplex Virus ที่เป็นสาเหตุของโรคเริมนั้นมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

    1. Herpes Simplex Virus-1 (HSV-1) มักพบการติดเชื้อบริเวณเยื่อบุริมฝีปาก ในช่องปาก หรือใบหน้า

    2. Herpes Simplex Virus-2 (HSV-2) ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งมักพบที่บริเวณอวัยวะเ

    Read more »
  9. โรคลมพิษ คืออะไร ? รับมือได้อย่างไรบ้าง

    โรคลมพิษ

    ผื่นแดงนูนที่มาพร้อมอาการคันยิบ ๆ ตามตัว คือสัญญาณของ “โรคลมพิษ” นั่นเอง โดยโรคนี้เป็นโรคที่สามารถเกิดได้ทุกเพศทุกวัย แต่มักจะพบในช่วงอายุ 20-40 ปี อาการที่พบได้เช่น มีผื่นลมพิษขึ้นบริเวณร่างกาย ผื่นจะมีลักษณะเป็นวงนูน แดง ไม่มีขุย อาจเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำตัว แขนขา และมักมีอาการคันร่วมด้วย ถ้ามีอาการแบบนี้แล้วจะรักษาหรือป้องกันได้อย่างไร ? วันนี้เรามาทำความรู้จักโรคลมพิษไปพร้อม ๆ กันค่ะ

     

    โรคลมพิษแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

    1. ลมพิษเฉียบพลัน (Acute Urticaria) คือ มีอาการผื่นลมพิษต่อเนื่องกันไม่เกิน 6 สัปดาห์ มักเกิดจากการแพ้ยา แพ้อาหาร การติดเชื้อในร่างกาย แมลงสัตว์กัดต่อย ฯลฯ
    2. ลมพิษเรื้อรัง (Chronic Urticaria) คือ มีอาการผื่นลมพิษอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์
    Read more »
  10. 7 เรื่องควรทราบเกี่ยวกับน้ำยาบ้วนปาก

    น้ำยาบ้วนปาก

    วิธีใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างถูกวิธี ทำตามคำแนะนำในฉลากผลิตภัณฑ์ก็ไม่มีปัญหา แต่การใช้น้ำยาบ้วนปากให้มีประสิทธิภาพ คุ้มราคา และถูกสุขลักษณะในทุกช่วงวัย มีเรื่องที่ควรทำความเข้าใจหลายอย่าง

     

    น้ำยาบ้วนปากควรบ้วนใน 10-60 วินาที

    น้ำยาบ้วนปากควรกลั้วคอในเวลาที่กำหนด เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากที่เป็นต้นเหตุของการทำให้เกิดกลิ่นปากหรือทำให้เกิดปัญหาในช่องปากได้ดี

    การกลั้วด้วยน้ำยานานเกินไป อาจทำให้ฟันเกิดการผุกร่อน ฟันดำ ฟันสีเปลี่ยนไปจากเดิมได้ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังและคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงในช่องปาก

    หากพบว่ามีความผิดปกติในช่องปาก ควรปรึกษาทันตแพทย์ แพทย์ หรือเภสัชกรโดยเร็วและบอกผลิตภัณฑ์กับวิธีใช้โดยละเอียด

     

    Read more »