เราทุกคนอาจเคยได้รับคำแนะนำการใช้ยาว่า ยาชนิดนี้มีอาการข้างเคียงทำให้มึนงง อ่อนเพลีย หรือง่วงซึม ที่จะต้องระวังการใช้เป็นพิเศษ ซึ่งยาที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันชนิดใดบ้างที่มีอาการข้างเคียงเหล่านี้ รวมทั้งจะต้องปฎิบัติตัวอย่างไร สามารถติดตามได้ในบทความนี้ค่ะ
ยาที่ทำให้ง่วงและอ่อนเพลีย
- ยาแก้แพ้ ยากลุ่มนี้มีอาการข้างเคียงที่ทำให้ง่วงนอนได้ทุกตัว โดยจะมีอาการมากหรือน้อยแตกต่างกันไป โดยยาแก้แพ้กลุ่มที่มีการคิดค้นพัฒนามาก่อนจะทำให้มีอาการง่วงซึมได้มากกว่ายารุ่นที่พัฒนามาในภายหลัง อย่างไรก็ตาม เราควรระวังอาการข้างเคียงนี้เมื่อต้องกินยาแก้แพ้ทุกชนิด
- ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดอาการง่วง มากหรือน้อยที่แตกต่างกันไป ดังนั้นควรระวังอาการข้างเคียงที่ทำให้ง่วงซึมเมื่อใช้ยาในกลุ่มนี้เช่นกัน
- ยาคลายกังวล หรือยาต้านเศร้า ยากลุ่มนี้นอกจากจะใช้รักษาอาการซึมเศร้าแล้ว ยังมีการจ่ายยากลุ่มนี้รักษาอาการปวดเรื้อรัง หรืออาการนอนไม่หลับอีกด้วย
- ยากันชัก หรือยาป้องกันไมเกรนบางชนิด อย่างยา Topiramate ตัวยาอาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ง่วงซึม ยิ่งขนาดยาที่ใช้สูงขึ้น อาการข้างเคียงต่าง ๆ ของยาก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
- ยารักษาความดันโลหิตสูงบางชนิด เช่น ยากลุ่ม Beta-blocker เป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาอาการความดันสูงหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ และยังใช้สำหรับป้องกันอาการไมเกรนได้อีกด้วย แต่ยากลุ่มนี้อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียหรือง่วงซึมได้
นอกจากนี้ ยังมียากลุ่มอื่น ๆ ที่อาจทำให้ให้ง่วงนอนได้อีก เช่น ยากลุ่มรักษาอาการปวดรุนแรงหรือเรื้อรัง ยาระงับไอ รวมทั้งกลุ่มยานอนหลับโดยตรง
หากเรามีความจำเป็นต้องกินยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม อ่อนเพลีย หรือมึนงง สิ่งที่ควรปฎิบัติคือ หลีกเลี่ยงการขับรถ หรือทำงานกับเครื่องจักร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ หากอาการเหล่านี้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมาก หรือมีอาการรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนเวลากินยาเป็นกินก่อนนอน รวมถึงการปรับขนาดหรือเปลี่ยนยา ซึ่งอาการข้างเคียงนี้จะดีขึ้นและหายไปได้เองเมื่อหยุดยา
ดังนั้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกชนิด หรือปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ที่ ถามmacy by FASCINO สามารถปรึกษาได้ที่ https://telepharmacy.fascino.co.th/login/?openExternalBrowser=1
ผู้เขียน
ภญ.มนสุดา อร่ามกิจโพธา
เภสัชกร